6 วิธีเช็คสภาพรถ หลังจากเดินทางไกล

6 วิธีเช็คสภาพรถ หลังจากเดินทางไกล

การตรวจเช็คสภาพรถ หลังจากเดินทางไกลถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ เพราะว่าตัวรถถูกใช้งานมาอย่างหนัก ยิ่งสำหรับใครที่ใช้รถวิ่งขึ้นเขาลงห้วย ก็ต้องดูแลรถที่คุณรักกันเป็นพิเศษซักหน่อย วันนี้จัสท์คาร์ก็เลยนำเอาวิธีเช็คสภาพรถ6วิธีมากฝากกันซักหน่อย จากมีอะไรบ้างไปเช็คดูพร้อมๆกันเลย

 

เช็คน้ำมันเครื่อง


อันดับแรก ควรเช็คระดับน้ำมันเครื่องเพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในระดับปกติ โดยระดับของน้ำมันไม่ควรจะลดลงไปจากระดับที่วัดก่อนการเดินทางมาก ถ้าน้ำมันเครื่องลดลงไปมากหรือต่ำกว่าระดับ MIN ก็ควรตรวจเช็คว่ามีการรั่วซึมที่จุดไหนรึเปล่า นอกจากนั้นควรเช็คสภาพน้ำมันเครื่องว่าไม่ดำจนเกินไป รวมถึงไม่มีเศษเขม่าปนอยู่ ถ้ามีก็ควรหาเวลาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่ไปเลย
เช็คสภาพและลมยาง

การเดินทางไกลอาจทำให้ความดันลมยางลดลง จึงควรจะเช็คลมยางเมื่อมีโอกาส เพื่อป้องกันการสึกหรอของยางและลดโอกาสเกิดอันตรายจากการขับด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ควรตรวจสภาพยางว่าไม่มีอะไรเข้าไปทิ่ม อุด ตำ จนเป็นสาเหตุให้เกิดการรั่วซึมอย่างช้าๆ หากพบว่าล้อใดล้อหนึ่งมีความดันลมน้อยผิดปกติ ให้สันนิษฐานว่าล้อข้างนั้นอาจมีอะไรทิ่มเข้าไปแล้วคาอยู่ในเนื้อยาง เป็นเหตุให้เกิดการรั่วซึมอย่างช้าๆ ทางที่ดีควรปะยางหรือเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย
เช็คน้ำหล่อเย็น

ควรตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็น ทั้งในหม้อน้ำและหม้อพักน้ำ ทางที่ดีน้ำหล่อเย็นไม่ควรลดระดับลงไปมากเมื่อเทียบกับก่อนเดินทางไกล และควรเติมให้ได้ระดับพอดีก่อนใช้งานต่อไป
เช็คช่วงล่างและระบบกันสะเทือน

การขับรถไปที่ที่ไม่คุ้นทาง อาจส่งผลให้ขับตกหลุมได้ ซึ่งถ้าเป็นหลุมเล็กๆก็คงไม่เป็นอะไร แต่หากเป็นหลุมขนาดใหญ่ อาจส่งผลให้ศูนย์ล้อผิดเพี้ยนไปได้ ให้ลองเช็คเบื้องต้นด้วยการปล่อยพวงมาลัยขณะที่รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า หากรถยังคงสามารถวิ่งไปตรงๆ ก็ไม่มีปัญหา ทั้งนี้ควรเช็คสภาพถนนว่ามีการลาดเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลให้รถแฉลบออกด้านข้างได้เหมือนกัน นอกจากนี้ยังควรตรวจสอบด้วยการฟังดูว่ามีเสียงผิดปกติขณะขับผ่านทางขรุขระหรือไม่
เช็คไส้กรองอากาศ

การเดินทางไปต่างจังหวัดอาจต้องขับผ่านถนนที่มีฝุ่นมากกว่าปกติ จึงควรเช็คไส้กรองอากาศว่ามีสิ่งสกปรกอุดตันอยู่หรือไม่ หากมีก็ควรเป่าออก หรือเปลี่ยนไส้กรองใหม่ เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ หากเป็นกรองชนิดแห้งปกติ ถ้าไม่มีฝุ่นมากจนเกินไปนัก สามารถเป่าสิ่งสกปรกออกได้ แต่หากเป็นไส้กรองชนิดเคลือบน้ำมันจะไม่สามารถทำความสะอาดได้ ต้องเปลี่ยนอย่างเดียว
เช็คสภาพตัวถัง

ควรล้างรถเมื่อมีโอกาส เพราะฝุ่นควันที่ติดมานั้น อาจสร้างผลกระทบต่อชั้นสีในระยะยาวได้ จากนั้นจึงควรเช็ครอบตัวรถว่ามีรอยบุบหรือรอยขูดขีดใดๆหรือไม่ เพื่อจะได้พิจารณาเคลมประกันหรือทำสีต่อไป 
"ขั้นตอนเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป แต่ถ้าทำได้ตามวิธีทั้งหมดนี้ ก็จะช่วยให้เจ้าของรถสามารถตรวจเจอความผิดปกติเบื้องต้นได้ ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามไปไกล ขับขี่ปลอดภัยนะคะ" blush

 

5 สิงหาคม 2563